2009/Jul/01

.

.

รู้สึกเหมือนจะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว...

ไม่ว่าเรื่องอะไรที่พบเจอมา มันทำให้ฉันเจ็บปวดใจมากมายเหลือเกิน

ไม่ได้อยากมานั่งคร่ำครวญถึงความเสียใจ

แต่ว่าบางทีคนเราก็มีขีดจำกัดของความอดทนอดกลั้นอยู่เหมือนกันนะ

หัวเราะเยาะเข้าไปสิ! เอาเลย!!

ให้มันสาสมกับที่ใจจริงคิดไว้น่ะ แล้วก็ไม่ต้องเสแสร้งแกล้งทำดีที่มันตรงกันข้ามกับใจหรอกนะ

ฉันน่ะ เกลียดที่สุดเลยแบบนี้!

เคยคิดว่าคนเราน่ะ ต่างก็แบกรับความเจ็บปวดที่แตกต่างกันไว้ทุกคนอยู่แล้ว

ดังนั้นฉันเลยไม่ได้โทษใคร ...แต่ทำไม สิ่งที่ฉันทำมันถึงส่งกลับมาที่ฉันอย่างเจ็บปวดได้ขนาดนี้

ไม่อยากจะรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว...

 ไม่แล้วจริงๆ...

edit @ 1 Jul 2009 07:37:31 by ::Aozora::

2009/Mar/03

.

.

.

คนเราเกิดมาครั้งหนึ่ง...ก็คงไม่อยากถูกตราหน้าว่า "ไร้ค่า" หรอก...จริงมั๊ย?

ทั้งที่อยากทำอะไรให้มันดีขึ้น

ทั้งที่อยากทำอะไรที่มันเป็นประโยชน์

ทั้งที่ไม่ได้อยากเป็นภาระให้ใครทั้งนั้น

แต่ดูฉันสิ...ดูฉันในตอนนี้สิ!

แทบไม่อยากมองหน้าตัวเองเลยด้วยซ้ำ!!

ฉันมันก็แค่คนไร้ค่าคนหนึ่ง!!!

ความรู้สึกนี้...ยังไงก็ลบมันออกจากหัวสมองไม่ได้

มันช่างเจ็บปวดเสียจริง...

เพราะแม้แต่จะยิ้มอย่างมีความสุข...ฉันก็ยังทำไม่ได้...

ไม่สิ...ต้องเรียกว่าไม่กล้าทำเสียมากกว่า

รู้สึกเหมือนว่าถ้ายิ้มออกมาแล้ว...จะยิ่งตอกย้ำว่าตัวเองมันไร้ประโยชน์ ไร้ค่า...และหน้าไม่อาย!

ฉันปวดใจจัง...

edit @ 3 Mar 2009 20:08:46 by ::Aozora::

2008/Nov/28

ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่า เบื่อหน่ายสถานการณ์ในตอนนี้มากเลย ไม่ใช่ว่าเข้าข้างใคร หรือว่าฉันไม่รักประเทศนะ

แต่ตอนนี้มันท้อใจจริงๆ...

ฉันเข้ามาฝึกงานในกรุงเทพได้เกือบสองเดือนแล้ว...แต่ไม่เคยเจอกับเหตุการณ์ที่สร้างความท้อแท้ เหน็ดเหนื่อยกาย และใจขนาดนี้มาก่อน

หลายคนคงรู้ข่าวกันหมดแล้วเรื่องการชุมนุมและยึดสนามบินทั้งสองที่

ตอนนี้เหตุการณ์มันบานปลายไปมากแล้ว

เพื่อนฉันที่เข้าฝึกงานที่สุวรรณภูมิ ก็กังวลกัน ว่าจะกระทบต่อการฝึกงานรึเปล่า??

ใช่ ฉันก็เป็นห่วงเหมือนกัน

ก็ได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นโดยไวนะ...

ขอร้องล่ะค่ะ...

2008/Sep/17

.

.

.

I still remember how you closed your eyes and smiled

and said you wish you could see the thread that bound us

You said if it's intangible, it can't break

Your warmth remains in my arms

I wanna become the wind for you and wrap you all up

Across the vastness of time, for all eternity, from this moment on

I'll never let you go again

I pledged as we madw love

I could hear the rain that night

I wanna become the wind for you and wrap you all up

Your voice will echo in my heart for all eternity

Until the end of time

On nights when I long to see you, but can't, I'll unfurl my love in the sky
And it will fly to your side
If you feel the same

I want to become the wind for you and wrap you all up
Far, far away, for all eternity it will reach you

I want to become the wind for you and wrap you all up
That is my answer, always and forever

By your side (Now I'm just by your side)
I want to become the wind (Just for you)
And wrap you up (If I could hold)
(Our love forever)
Far away (I'd never let go)
Just you (You for all eternity)
For all eternity (My beloved)

Now I'm just by your side
Just for you
If I could hold
Our love forever I'd never let go
You for all eternity
My beloved

My beloved...

 

edit @ 17 Sep 2008 22:10:27 by ::Aozora::

2008/Aug/15

.

.

.

ปัญหาของใคร...ก็ของคนนั้น

ไม่ว่าใครจะมองว่าเล็กน้อย หรือยิ่งใหญ่...แต่มันก็สร้างบาดแผลที่เสียดลึกลงในใจของคนนั้นได้

ฉันไม่เคยคิดว่า...คนที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้ใหญ่...ที่มีการศึกษาหรืองานดีๆทำ...จะพูดกลับกลอก เชื่อถือไม่ได้ และใจจืดใจดำได้ถึงเพียงนี้

เพียงเพราะว่าเขาไม่ได้ประสบพบกับปัญหาเหมือนที่พวกเราเจอมา

เพียงเพราะว่าเขาไม่ได้รู้สึกร่วมไปกับมรสุมที่กระหน่ำชีวิตเราตอนนี้...อย่างนั้นหรือ?

ไม่ได้อยากพูดทวงบุญคุณ...หรือเรียกร้องอะไรมากมาย

แต่อยากเตือนให้คิดสักนิดว่า

...ถ้าหากไม่มีเรามาก่อนแล้ว พวกเขามาถึงจุดสูงสุดของชีวิตได้อย่างไร

คนเราจะลืมรากเหง้าของตัวเองได้รวดเร็วขนาดนั้นจริงหรือ?

..................................ก็แค่นั้น

.

.

.

พวกผู้ใหญ่ที่ดีแต่พูด ทำตัวเบ่งเหมือนคางคก(ขึ้นวอ)แบบนั้นน่ะ

สมควรแล้วหรือที่จะให้ความเคารพจากใจจริง

เมื่อพูดกลับไปกลับมาอย่างนั้น ...ไม่เคยมีสัจจะกันบ้างเลยหรือไงนะ?

อยากบอกจริงๆว่า...คนเราก็โตๆกันแล้ว...จริงมั๊ย?

.

.

.

ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า มรสุมชีวิตครั้งนี้จะหนักหนาถึงเพียงนี้

เรื่องราวมันยากที่จะแก้ไขให้กลับมาเป็นอย่างเดิมได้

แล้วสุดท้าย...มันก็กลับแย่ลงยิ่งกว่าเดิม

ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องเดียวกันซักหน่อย...แต่ทำไม ถึงทำให้เป็นเรื่องที่สอดคล้องกันไปได้นะ...?

 

ที่ฉันทำได้ตอนนี้ ก็คงมีแต่เรียนให้หนักขึ้นมากกว่าเดิม...มากขึ้นไปอีก

เพราะนี่เป็นเพียงอย่างเดียวที่ฉันคิดได้ในตอนนี้

ก็ได้แต่หวังว่า...เรื่องราวมันคงจบลงในทางที่ดีที่สุด

...ถึงแม้จะเป็นไปได้ยากเต็มที

 

 

2008/Jul/12

การที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่นั้นยากจริงๆเลยนะ

 

ยิ่งเป็นผู้ใหญ่ที่ดียิ่งยากเข้าไปใหญ่

 

ฉันสับสน ว้าวุ่น และรู้สึกเหนื่อยเกินกว่าจะรับมือกับมันไหว

 

แม้จะบอกตัวเองว่าไม่ต้องคิดมากไป

 

แต่จนแล้วจนรอดก็ทำไม่ได้อย่างที่คิดไว้ซะที

 

ปัญหาที่มารุมเร้ากันตอนนี้ ฉันยังมองไม่เห็นทางออกเลยซักทางเดียว

 

ฉันจะเป็นบ้าอยู่แล้ว 

edit @ 12 Jul 2008 16:32:56 by ::Aozora::

2008/Jul/02

..

.

ฉันมีรักครั้งแรกเมื่อไหร่กันน้า...มันนานมากแล้วใช่มั๊ย?

รักครั้งแรกที่ไม่สมหวัง...

มันมักจะเป็นแบบนั้นเสมอ

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น มันก็ฝังลึกในใจเรามาได้นานแสนนาน

ทำยังไงก็ลืมไม่ได้ ใช่มั๊ยล่ะ?

ทั้งหอมหวานและเจ็บปวด...รักครั้งแรกของฉัน

 

รักครั้งที่สองเหรอ?...มันเกิดขึ้นโดยฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่คอยมองแต่เขา...

ไม่รู้ว่าการกระทำของตัวเองที่ปฏิบัติต่อเขานั้นมันพิเศษกว่าคนอื่นยังไง...

ไม่รู้เลยจริงๆ...

...ฉันรักเพื่อนของตัวเอง...

ทั้งน่าขำ...และน่าเศร้าไปในคราวเดียวกัน

มารู้ความรู้สึกตัวเองเอาตอนจะแยกจากกันอยู่แล้ว...

ฮะๆ...ขำจนน้ำตาร่วง...

เจ็บจริงๆ  เพิ่งรู้ซึ้งถึงอารมณ์คนที่ต้องแยกจากคนรักวันนั้นเอง

ผ่านมาเนิ่นนานถึงสี่ปี...

ฉันยังคงหลงเหลือความรู้สึกนั้นอยู่...แต่มันได้กลายเป็นแบบเพื่อนอีกครั้ง

ถึงตอนนั้นฉันจะเสียใจที่ไม่ได้บอกเขา

แต่ว่าวันนี้ฉันกลับดีใจที่อย่างน้อยฉันก็ได้ใช้เวลาร่วมกับเขาและได้รักเขาแบบเพื่อนอีกครั้ง

 

รักครั้งที่สาม

เกิดเร็ว และ จบเร็ว

ใครจะไปคิดว่าหนึ่งครั้งที่ได้คุยกับเขา

ใจฉันมันเต้นโครมครามซะจนอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล เพื่อที่เขาจะไม่ได้ยินเสียงหัวใจฉัน

ตลกใช่มั๊ยล่ะ?

ฉันรู้สึกได้ถึงความแปลกไปของตัวเอง

เป็นครั้งแรกที่ไม่ได้วิ่งหนี แต่กลับเดินเข้าหา

ฉัน...บ้าไปแล้ว

แต่เราก็เป็นได้แค่เพื่อนกันเท่านั้นเอง

ก็เขาไม่ได้คิดอะไรกับฉันนี่นา

อย่างน้อยความรักครั้งนี้ก้ทำให้ฉันกล้าเสี่ยงที่จะรักและทำเพื่อคนที่รัก

ฉันดีใจที่ได้รู้จักและรักเขา...จริงๆ

 

ถึงจะฟังดูเหมือนฉันขี้ขลาด

แต่ว่าคนเราย่อมมีทางเดินเป็นของตัวเอง

เลือกที่จะเป็นตัวเองที่ไม่เหมือนใคร

เลือกที่จะทำอะไรก็ได้ตามที่อยากทำ

ถึงชีวิตฉันจะไม่สมหวังในความรัก

แต่ฉันก็มีความสุขที่ครั้งหนึ่งได้ทำอะไรที่ตัวเองอยากทำโดยไม่มีใครมาบังคับ

ฉัน..ก็เป็นฉันแบบนี้แหละ